Akihabara เมืองในฝันสำหรับคอเกมส์ การ์ตูนและคอมพิวเตอร์
เดินลงไปตามทางที่ออกมาจากถนน Ameyoko เป็นระยะทางพอสมควรเหมือนกัน
ระหว่างทางมีหลายอย่างทำให้รู้ได้ว่า เฮ้ยมันอยู่ข้างหน้าแล้วนะ    อย่างร้านนี้ ผมไม่รู้ว่า
ข้างในร้านเป็นเมดคาเฟ่ด้วยรึเปล่านะ  แต่วันนี้ที่ร้านมีงานแกลอรี่ภาพจัดแสดงอยู่ไม่ได้
เข้าตามเคย ค่าเข้าตั้ง 1000 เยนแนะ    ถ่ายรูปมาแต่ด้านหน้ากับหยิบใบปลิวมา

 

 

แยกนึงก่อนจะเข้าสู่ Akihabara  เราแยกไปอีกทางนึงก่อนเพื่อไปยังศาลเจ้า Kanda
Myojin เป็นศาลเจ้าที่ใหญ่ที่สุดในย่านนี้      โชคดีของเราที่ในตอนที่ไปกำลังมีจัดงาน
แต่งงานของคนญี่ปุ่นด้วย   และกำลังออกจากที่จัดพิธีพอดี (ถ้าผมจำไม่ผิดศาลเจ้าแห่งนี้
ปรากฎในเรื่อง Akihabara@Deep ด้วย)


ที่แปลกใจเวลาเราไปตามศาลเจ้าหรือวัดต่างๆ  จะเห็นใบเซียมซีถูกผูกไว้อย่างกับแถวหัว
หอม    เค้าผูกกันเพราะได้ใบโชคร้าย การทำแบบนี้ถือเป็นการแก้เคล็ดทางนึง    แต่ที่ไม่
เข้าใจคือ มันจะโชคร้ายกันเยอะขนาดนี้เลยเหรอ   หรือว่าในที่เสี่ยงเซียมซีมีโชคดีไม่ถึง
ครึ่งเนี่ย




ออกจากศาลเจ้า เดินลงมาจากเนินเรื่อยๆ   ภาพ Akihabara ก็เด่นชัดขึ้น ทั้งร้านค้า
ป้ายประกาศต่างๆ  ขนาดมวยไทยยังเป็นตัวการ์ตูนด้วยเลย


ประทับใจกับร้านคอมพิวเตอร์ร้านหนึ่งที่เพิ่งเปิดกิจการในวันนั้น   โชคดีอีกแล้ว   grand
opening ของร้านนี้ แจกต้นวิโอล่าให้คนละสองต้นแน่ะ   ตอนแรกว่าจะไม่รับมาแล้ว
เพราะไม่รู้จะขนกลับยังงัย   แต่ด้วยมารยาทก็รับมาจนได้

หลงเข้ามาในร้านเครนเกม หรือร้านคีบตุ๊กตา   จริงๆก็คล้ายบ้านเราแหละ  แต่ของที่อยู่ใน
ตู้มันน่าสนใจกว่าเยอะเลย มีทั้งฟิกเกอร์  นาฬิกา ของเล่นจากการ์ตูนดังๆ  ขนม  เครื่อง
ย่างไฟฟ้า บุหรี่ยังมีเลย


Akihabara ที่แห่งนี้ตื่นตาตื่นใจมาก  กำลังขาจากที่เปลี้ยอยู่ หายเป็นปลิดทิ้ง อาณาจักร
การ์ตูน มังงะ อนิเม คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีต่างๆรวมไว้อยู่ที่เดียว


ช่วงนี้เป็นช่วงกิเลสจริงๆ เดินผ่านเจออะไรก็อยากได้ไปหมด แต่ราคาก็ทั้งฟิกเกอร์ ของ
จากเกมส์การ์ตูน แต่ก็ต้องหักห้ามใจเอาไว้ นี่แค่วันที่สามเอง  ขืนใช้วันนี้หมดสงสัยได้
นอนเฝ้าที่พักแหงๆ   


จากนั้นก็ตามหาหนังสือการ์ตูน Doraemon กับ Vagabond เล่มหลังหาเจอแต่ทำไม
เล่มแรกไม่เจอฟะ  การ์ตูนระดับท็อปเลยนะ  อีกอย่างร้านการ์ตูนมังงะทำไมมันหายาก
หยังงี้เนี่ย   เจอแต่ร้านที่เป็นการ์ตูน Anime หรือการ์ตูนสาวน้อยซะส่วนใหญ่   ไว้ค่อย
ตามหาวันอื่นละกัน


เราเริ่มเดินจากซอยเล็กๆข้างหลังก่อน  เพราะมีการขายของลดราคาอยู่หลายร้านทั้ง
ฟิกเกอร์ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์คอม...  แล้วจากนั้นค่อยเดินย้อนกลับมาทางด้านถนนใหญ่
ใครชอบการ์ตูนหรือคอมพิวเตอร์ ผมว่ามาอยู่นี่ได้เป็นวันๆ เลย (สำหรับผมวันเดียวไม่
พออ้ะ 555) 

 


Maid in Akihabara
ที่อากิบะ เราจะเห็นน้องเมด ออกมายืนแจกใบปลิว หรือชวนเราไปดื่มน้ำชาด้วย   มีบ้างที่
เค้ามาชวนพวกเรา แต่ก็จำใจปฎิเสธไปเพราะเท่าที่รู้ราคาก็ดุพอสมควรเลย    มีบ้างที่พอ
เค้ายื่นใบปลิวมาให้  ไอ้เราคนไทยรับไว้ก่อน  นึกว่าจะเหมือนแจกใบปลิวบ้านเรา  ยิ่งเค้า
แจกได้มาก ก็จะได้เงินมาก    กลายเป็นว่ารับใบปลิวมานี่คือหมายถึงสนใจนะ    ชวนจะพา
ไปMaid Cafe ให้ได้เลย


ใครที่พาเพื่อนไปแล้วเพื่อนไม่ใช่คนการ์ตูน หรือไม่รู้จักคำว่า Maid ช่วยอธิบายให้เค้า
ฟังด้วยนะครับ   กลายเป็นว่าเพื่อนผมคิดว่าเป็นเหมือนเด็กเชียร์เบียร์   ชวนไปร้านแล้ว
ถ้าถูกคอ สามารถไปxxx กันต่อได้  ถึงจะไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง  แต่มันก็ไม่น่าหนา
เถียงมันใจจะขาด แต่มันก็ยังปักใจเชื่อว่ามันต้องมีรัยกันได้แน่นอน   

 

ตกเย็นก็แวะไปที่ tokyo anime center ก่อนกลับ  เพิ่งมารู้ทีหลังว่า วันนั้นใต้ตึกมีจัด
งาน Japan Animation Maker วันสุดท้ายด้วย อดเลย       ก็ขึ้นไปดูข้างบน


ข้างในก็จะคล้ายๆกับ museum ที่ไปมาเมื่อวันก่อน   แต่อนิเมที่จัดแสดงที่นี่จะค่อนข้าง
ใหม่กว่า    มีการจัดงานอีเวนท์   ทดลองเล่นเกมใหม่   วาดภาพเป็นต้น   ด้านในก็จะเป็น
พื้นที่ขายสินค้าที่ระลึกจากอนิเมเรื่องต่างๆ  (ถ่ายข้างในมาเยอะ  ตอนเดินออกเพิ่งมาเห็น
ว่าเค้าห้ามถ่ายนิหว่า  )

 

 

 

***ไร้สาระประจำวัน

อิจฉาที่บ้านเค้ามีแบบนี้   ถึงแม้คนภายนอกอาจจะมองวงการพวกนี้ว่าไม่ดีเหมือนบ้านเรา
แต่อย่างน้อยมันก็กลายเป็นสังคมกลุ่มใหญ่มากกลุ่มนึงและเป็นส่วนผลักดันประเทศของ
เค้าให้เจริญก้าวหน้า     ผิดกับบ้านเรานอกจากจะถูกมองไม่ดีจากคนภายนอกแล้ว   คนใน
ก็ยังมาตีกันเองด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องอีก    สิ้นหวังดีแท้

โตแล้วยังอ่านการ์ตูน เล่นเกมอีกเหรอ? แล้วไงอะ ถ้าเอาแบบนี้มาพูด แล้วไอ้พวกคุณ
ผู้ใหญ่ที่ตามเชียร์นักร้อง   บ้ารถ   บ้าบอล  นี่ไม่ไปด่ามั่งฟะ  พวกนั้นบอกเป็นงานอดิเรก
กิจกรรมยามว่าง   แต่การ์ตูน เกมบอกไร้สาระ!!!

ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะสังคม  กลุ่มคนที่อายุมากที่อ่านการ์ตูน เล่นเกมมันมีน้อย   พอโต
ขึ้นเวลาว่างลดลง  ทำให้คนในช่วงอายุนี้ลดการอ่านการ์ตูนหรือเล่นเกมลง    นี่คงเป็น
ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนมองว่า  การ์ตูนและเกมเป็นเรื่องของเด็ก   


ตอนเด็ก เคยเห็นคุณปู่คนนึงนั่งเล่น FF ที่ร้านเกม   ในใจก็คิดไม่ต่างกันกับคนอื่นแหละ
ว่าอายุเยอะแล้วยังไม่เลิกอีกเหรอ     พอโตมาถึงได้เข้าใจว่ามันไม่เกี่ยวกันเลย    งานอดิเรก
การแสวงหาความสุข ความสุขของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน  แต่สุดท้ายชนกลุ่มน้อยก็ยัง
เป็นชนกลุ่มน้อยที่โดนเพ่งเล็งจากชนกลุ่มใหญ่อยู่วันยั่งค่ำ

 

 

edit @ 10 Nov 2009 23:59:48 by XaCrIFicE

ทีแรกจะเขียนยาวให้ครบหนึ่งวันไปเลย  แต่ดูแล้วมันเยอะเกินไป   
แบ่งออกเป็น 2 ช่วงดีกว่า  จะได้ไม่โหลดนานด้วย  เข้าเรื่องเลยละกัน

แพลนของวันนี้เอาแค่เบาะๆ Ueno กับ Akihabara


การเดินทาง ใจเขา ใจเรา

ก่อนมาเราตกลงกันว่า ใครอยากไปไหนไป  ไม่อยากไป กูไปเอง ฟังดู
เหมือนทางใครทางมัน   แต่การร่วมทริปกับใครสักคนทั้งพ่อแม่พี่น้อง
เพื่อนฝูงหรือคนที่เราไม่ได้รู้จัก อย่างกรุ๊ปทัวร์เป็นต้น    เป็นเรื่องที่
ลำบากมาก เพราะความต้องการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน   อาหารการกิน
 สถานที่ที่อยากไป   และลักษณะนิสัย      

 

 

นิสัยเป็นสิ่งสำคัญสุดเลย ยิ่งแบ็กแพ็กด้วยแล้ว   ความคิดต่างกันนิดเดียวนี่
พาทริปล่มได้เลย       นับเป็นการปรับตัวเข้าหากันอย่างมาก   ขัดแย้งกันก็
ไม่ได้   ถ้าทะเลาะขึ้นมาก็เป็นปัญหาใหญ่อีก   แต่จะทิ้งไปเลยก็ไม่ได้เพราะ
ร่วมทริปกันมาแล้ว   มันไม่ใช่เราไปเที่ยวในกรุงเทพหรือประเทศไทย
บ้านเรา   แต่นี่คือต่างประเทศ ที่ที่เราไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย  
รู้จักผ่านทางรูปหรือฟังจากคำบอกเล่าของคนอื่น  

 

เช้านั้น ทะเลาะกันจนได้ครับ   มนุษย์เถรตรงกับมนุษย์ยืดหย่อน
เรื่องงี่เง่าสุดๆ ด้วยการที่ผมต้องการตื่นเช้า รีบไป   เพราะไม่ต้องการเจอ
ช่วง rush hour ตามที่เคยได้ยินกิตติศัพท์มา    แต่เพื่อนผมเป็นคนนอน
ตื่นสาย กว่าจะปลุกกว่าจะทำไรได้ไม่ทันกินพอดี    จากที่วางไว้ว่าจะออก
จากที่พักตอน 7.30-8.00 กลายเป็นออก 8.30-9.00 แทน 

    

 

จริงๆ มันก็ไม่ใช่ความผิดเรา และก็ไม่ควรมาทนแบบนี้ด้วย    แต่จะทำไง
ได้พากันมาแล้วนินา    ดีที่เป็นเพื่อนสมัยมัธยมต่างก็รู้นิสัยกันดี นี่ถ้าเป็น
คนอื่นยังไม่รู้เลยว่าจะเป็นยังงัย  (ถึงจะรุ้จักมา10ปีก็เหอะ   เจอให้มารอ
นานๆแบบนี้ ผมก็บ่นได้ทุกที      และมันก็แถหรือกลบเกลื่อนได้ทุกทีเช่นกัน
><  ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทนคบมันมาจนถึงตอนนี้ได้งัย)

 

 

ถึงแม้ทริปนี้ จุดเริ่มต้นของนิสัยเราจะเหมือนกันคืออยากไปดูเทคโนโลยี
ความทันสมัยของบ้านเมืองเค้า   แต่อย่างอื่นมันก็ไม่ตรงกันซะเลย   เช่น
ศาลเจ้าที่ญี่ปุ่นเยอะอยู่แล้ว  มันก็บอกว่าจะไปทำไมวะ เหมือนกันทุกๆที่เลย
  หรือบางครั้งในเรื่องที่ตรงกันอย่างเทคโนโลยีก็มีส่วนที่ขัดกัน คือ
ระดับความชอบมันต่างกันอีก   ช่วงย่าน Akihabara นี่ลำบากมาก
ตัวเพื่อนผมก็จะไปดูคอม ดูอินเตอร์เนต   ส่วนผมนี่จะดูอนิเม ดูเกมซะมาก
แยกกันก็ไม่ได้ พาไปด้วยก็ต้องรีบดูอีก  เกรงใจกันเข้าไป

 

 

เดินหย่อนอารมณ์ที่สวนอุเอโนะ


นั่งรถไฟจาก Asakusa มายัง Ueno หาข้าวปั้นกับน้ำใส่ปากก่อนเดิน
ตะลุยเมือง   จากนั้นเดินลัดไปยังด้านข้างของสวนUeno เพื่อที่จะstart
จาก national museum ก่อน     สวนuenoแห่งนี้ใหญ่มาก มากซะ
จนเกินความว่าสวนไปแระ   มีพิพิทธภัณฑ์ตั้งหลายแห่ง  มีสวนสัตว์
มีศาลเจ้าด้วย

 

 


ที่แรกที่เดินผ่าน เป็นพิพิทธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ หัวรถจักรตั้งอยู่ด้านข้าง
เดินไปอีกหน่อยด้านขวาของพิพิทธภัณฑ์  จะพบรูปปั้นปลาวาฬยักษ์ แต่
เนื่องจากเซฟคอสครับ เลยไม่ได้เข้าไป    ตั้งใจว่าจะไปเสียเงินให้กับที่ต่อ
ไปต่างหาก


national museum ดูเก