แค่โตเกียว เที่ยวให้หมดก่อนเหอะ 20091018-1
posted on 05 Nov 2009 23:08 by xacrifice in Other
ทีแรกจะเขียนยาวให้ครบหนึ่งวันไปเลย แต่ดูแล้วมันเยอะเกินไป
แบ่งออกเป็น 2 ช่วงดีกว่า จะได้ไม่โหลดนานด้วย เข้าเรื่องเลยละกัน
แพลนของวันนี้เอาแค่เบาะๆ Ueno กับ Akihabara
การเดินทาง ใจเขา ใจเรา
ก่อนมาเราตกลงกันว่า ใครอยากไปไหนไป ไม่อยากไป กูไปเอง ฟังดู
เหมือนทางใครทางมัน แต่การร่วมทริปกับใครสักคนทั้งพ่อแม่พี่น้อง
เพื่อนฝูงหรือคนที่เราไม่ได้รู้จัก อย่างกรุ๊ปทัวร์เป็นต้น เป็นเรื่องที่
ลำบากมาก เพราะความต้องการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อาหารการกิน
สถานที่ที่อยากไป และลักษณะนิสัย
นิสัยเป็นสิ่งสำคัญสุดเลย ยิ่งแบ็กแพ็กด้วยแล้ว ความคิดต่างกันนิดเดียวนี่
พาทริปล่มได้เลย นับเป็นการปรับตัวเข้าหากันอย่างมาก ขัดแย้งกันก็
ไม่ได้ ถ้าทะเลาะขึ้นมาก็เป็นปัญหาใหญ่อีก แต่จะทิ้งไปเลยก็ไม่ได้เพราะ
ร่วมทริปกันมาแล้ว มันไม่ใช่เราไปเที่ยวในกรุงเทพหรือประเทศไทย
บ้านเรา แต่นี่คือต่างประเทศ ที่ที่เราไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย
รู้จักผ่านทางรูปหรือฟังจากคำบอกเล่าของคนอื่น
เช้านั้น ทะเลาะกันจนได้ครับ มนุษย์เถรตรงกับมนุษย์ยืดหย่อน
เรื่องงี่เง่าสุดๆ ด้วยการที่ผมต้องการตื่นเช้า รีบไป เพราะไม่ต้องการเจอ
ช่วง rush hour ตามที่เคยได้ยินกิตติศัพท์มา แต่เพื่อนผมเป็นคนนอน
ตื่นสาย กว่าจะปลุกกว่าจะทำไรได้ไม่ทันกินพอดี จากที่วางไว้ว่าจะออก
จากที่พักตอน 7.30-8.00 กลายเป็นออก 8.30-9.00 แทน
จริงๆ มันก็ไม่ใช่ความผิดเรา และก็ไม่ควรมาทนแบบนี้ด้วย แต่จะทำไง
ได้พากันมาแล้วนินา ดีที่เป็นเพื่อนสมัยมัธยมต่างก็รู้นิสัยกันดี นี่ถ้าเป็น
คนอื่นยังไม่รู้เลยว่าจะเป็นยังงัย (ถึงจะรุ้จักมา10ปีก็เหอะ เจอให้มารอ
นานๆแบบนี้ ผมก็บ่นได้ทุกที และมันก็แถหรือกลบเกลื่อนได้ทุกทีเช่นกัน
>< ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทนคบมันมาจนถึงตอนนี้ได้งัย)
ถึงแม้ทริปนี้ จุดเริ่มต้นของนิสัยเราจะเหมือนกันคืออยากไปดูเทคโนโลยี
ความทันสมัยของบ้านเมืองเค้า แต่อย่างอื่นมันก็ไม่ตรงกันซะเลย เช่น
ศาลเจ้าที่ญี่ปุ่นเยอะอยู่แล้ว มันก็บอกว่าจะไปทำไมวะ เหมือนกันทุกๆที่เลย
หรือบางครั้งในเรื่องที่ตรงกันอย่างเทคโนโลยีก็มีส่วนที่ขัดกัน คือ
ระดับความชอบมันต่างกันอีก ช่วงย่าน Akihabara นี่ลำบากมาก
ตัวเพื่อนผมก็จะไปดูคอม ดูอินเตอร์เนต ส่วนผมนี่จะดูอนิเม ดูเกมซะมาก
แยกกันก็ไม่ได้ พาไปด้วยก็ต้องรีบดูอีก เกรงใจกันเข้าไป
เดินหย่อนอารมณ์ที่สวนอุเอโนะ
นั่งรถไฟจาก Asakusa มายัง Ueno หาข้าวปั้นกับน้ำใส่ปากก่อนเดิน
ตะลุยเมือง จากนั้นเดินลัดไปยังด้านข้างของสวนUeno เพื่อที่จะstart
จาก national museum ก่อน สวนuenoแห่งนี้ใหญ่มาก มากซะ
จนเกินความว่าสวนไปแระ มีพิพิทธภัณฑ์ตั้งหลายแห่ง มีสวนสัตว์
มีศาลเจ้าด้วย
ที่แรกที่เดินผ่าน เป็นพิพิทธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ หัวรถจักรตั้งอยู่ด้านข้าง
เดินไปอีกหน่อยด้านขวาของพิพิทธภัณฑ์ จะพบรูปปั้นปลาวาฬยักษ์ แต่
เนื่องจากเซฟคอสครับ เลยไม่ได้เข้าไป ตั้งใจว่าจะไปเสียเงินให้กับที่ต่อ
ไปต่างหาก
national museum ดูเก่าแก่ดีจัง หน้าทางเข้าก็จะมีทั้งคนญี่ปุ่นและ
คนต่างชาติ มากลุ่ม มาเดี่ยว ต่างพากันมาชมที่แห่งนี้ เราไปกันก่อน
เวลาเปิด 9.00 ทางเข้าแม้มีทางเดียวแต่จะมีพนักงานใส่ชุดดำคอย
ตรวจอยู่ ที่ขายตั๋วจะมีสองฝั่ง ผมจำไม่ได้ว่ามันต่างกันตรงไหน รู้แต่
ว่าตั๋วมีสองแบบ
แบบแรก เข้าชมได้ในส่วนทั่วไป จะเข้าชมพิพิทธภัณฑ์พระราชสมบัติ
ของกษัตริย์ โชกุน ไดเมียว...อะไรก็ช่างมันเหอะ
แบบสอง ก็เข้าชมได้ทุกสถานที่ภายใน national museum แห่งนี้
แน่นอนเราเลือกแบบ exclusive นี่เลย ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็คิดเช่นกัน
เข้าไปจะเห็นกลุ่มทัวร์ หรือฝูงคนเดินแห่ตรงไปยังอาคารหลังนึง โดยไม่
แวะหรือหยุดเข้าอาคารไหนเลย แต่พวกผมขอแวะหน่อยละกัน ไว้ค่อย
ตามไปทีหลัง ด้านซ้ายจะมีพิพิทธภัณฑ์ย่อยเกี่ยวกับประเทศแถบเอเซีย
ข้างในก็จะมีการจัดแสดงพวกรูปปั้น เครื่องถ้วยชาม วัตถุโบราณต่างๆ
(ทำไมมีแค่ประเทศหลักๆ 4-5 ประเทศเอง ประเทศไทยไม่เห็นมีเลย)
ของภายในก็แปลกตาดี แต่มันต่างกับความรู้สึกตอนเข้ามาที่ เห็นห้อง
โถงที่สวยงาม และเพดานสูงขนาดนั้น ชั้น2 นี่ พนักงานบอกว่ายังไม่
เปิดบริการ อย่างที่บอกว่าไม่มีคนสนใจ เลยกลายเป็นว่ามีแค่ผมกับเพื่อน
เดินดูอยู่สองคน
ออกมาจากพิพิทธภัณฑ์แถบเอเซียดังกล่าว เดินเข้าไปส่วนในก็เข้าใจ
เหตุผลว่าทำไมเค้ารีบเข้ามาที่นี่ตั้งแต่แรก คนต่อคิวเยอะมาก นี่พากัน
มาดูคอนเสิร์ตหรือรอซื้อเกมออกใหม่กันเนี่ย เข้าไปเค้าห้ามถ่ายรูปนะ
ครับ กว่าจะรู้ตัวก็ขึ้นมาชั้น2แระ ภายในก็จะรวมของเก่าล้ำค่าของ
ญี่ปุ่นไว้ ตั้งแต่เครื่องปั้นดินเผา ยันโลงศพ >< ที่ตื่นตาตื่นใจที่สุดคง
เป็นส่วนที่จัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ในสมัยนั้น ทั้งดาบคาตานะ เกราะ
ซามูไร ธนู เป็นต้น
การมาครั้งนี้ทำให้รู้ว่า เราควรศึกษาสถานที่ที่เราจะไปให้ดีเสียก่อน ว่า
ข้างในเป็นยังไง มีอะไรบ้าง ตรงกับใจเรามั้ย ถามผมสำหรับที่นี่ก็ปกติ
ไม่ได้ดูแปลกตาหรือพิศวงรัยมากมาย ก็มีบ้างแต่ไม่ทั้งหมด ยิ่งเพื่อน
ผมด้วยนี่แล้วใหญ่เลย ถึงมันไม่พูดแต่การแสดงออกหรือบางอย่างทำให้
ผมเข้าใจ เพราะงั้นสำหรับคนที่ตั้งใจจะมาที่นี่ถ้าไม่ได้ชอบหรือรัก
ประวัติศาสตร์ งานศิลปะสมัยเก่า วัตถุโบราณละก็ ผมไม่แนะนำดีกว่า
มันจะพาลเบื่อเอาเปล่าๆ แต่ถึงจะไม่ได้ซึมซับกับที่นี่มาก ก็เดินจนครบ
ทุกห้อง กินเวลาช่วงเช้าเราไปพอสมควร
ออกมาก็มาโผล่ทางด้านหน้าของพิพิทธภัณฑ์ นั่งเล่นซักพักตรงกลาง
สระน้ำขนาดใหญ่แล้วจึงออกเดินต่อ ในสวนแห่งนี้มีที่แปลกๆ สวยๆทั้ง
นั้น แต่ก็ไม่ได้เข้าไปหรอกนะครับ เพราะเรากะว่าจะต้องไปถึง
Akihabara ตอนบ่าย กว่าจะออกจากพิพิทธภัณฑ์ที่แรกก็ปาไปเกือบ
เที่ยงแระ สวนสัตว์กับศาลเจ้าก็ไม่ได้เข้า ถ่ายรูปด้านหน้ามาเป็นที่ระลึก
แทนละกัน
เดินออกมาจากสวน Ueno ทางด้านหน้าของสวน ข้ามถนนเพื่อที่จะ
ไปต่อยังถนน Ameyoko ทั้งสายของถนนเส้นนี้จะมีของขายตลอดทาง
ทั้งของกินของใช้ แบรนด์หรือไม่แบรนด์ แต่ดูจะออกบ้านๆ เหมือน
ตลาดนัดบ้านเรายังไงยังงั้น
เที่ยงแล้วก็ตัดสินใจกินแถวนี้แหละ เลือกร้านแพงซะด้วยนะ ราคาเฉลี่ย
อยู่ที่ 1000 เยน เรื่องของเรื่องหาร้านไม่ได้ จะเดินแบกหน้ากลับไปร้าน
ต้นๆซอยก็กระไรอยู่ มัยยิ่งเดินร้านอาหารยิ่งหายอีกแล้วฟะ เข้าไปก็
สั่งราคาเบาะๆอย่าง ข้าวหน้าเนื้อย่างมากิน เนื้อติดมันย่างโรยด้วยพริกไทย
หร่อยทีเดียว แต่ให้น้อยเมื่อเทียบกับร้านป้าที่เพิ่งไปมาเมื่อวาน
น้อยซะอยากจะกินอีกชามแต่ไม่เอาดีกว่า
***ไร้สาระประจำวัน
ระหว่างที่เดินอยู่ย่าน Ameyoko ร้านขายเสื้อผ้าขนาดสองคูหา คนมุง
พอสมควร มีการลดราคาเสื้อผ้า เป็นช่วงลดราคาก่อนเข้าหน้าหนาว มี
เสื้อโค้ทเสื้อคลุมเพียบ โฉบไปดูป้าย ป้ายเขียนว่า 9900>2400
เฮ้ย!ลดเยอะเหมือนกันนี่หว่า แล้วเสื้อ กางเกงแต่ละตัว ไนกี้ อดิดาส
ยืนนึกสักพักนึง เอาดีกว่า เสื้อโค้ทไนกี้ราคา 2400 เยน เอาไปใส่เล่นก็ได้
หยิบเสื้อตัวนั้นไปหลังร้าน
...
เดินออกมาพร้อมเสื้อกับเศษหน้าที่แตกออกมา
ตอนเดินไปถาม มันไม่ใช่ 2400 แต่เห็นมันกดเครื่องคิดเลขใหญ่เลย
ตอนกูคิดแปลงค่าเป็นเงินไทยยังไม่กดเยอะหยังงี้เลย ตีความได้ว่า
ไอ้ 9900>2400 มันเป็นส่วนลด จากราคาเต็ม
ให้ตายเหอะ หน้าแตก เพล้งๆ

