วันที่สองที่มาเหยียบแผ่นดินแดนอาทิตย์อุทัย


วันนี้แพลนเราจะไปshinjuku แล้วนั่งรถไฟไปยัง Ogikubo จากนั้น
นั่งกลับมายังHarajuku เดินลัดเลาะลงมาจากถึง Shibuya แล้วค่อย
กลับ Asakusa      จริงๆตอนแรกว่าจะเดินไล่จาก Shinjuku-
Harajuku-Shibuya เลย   แต่เห็นว่าเส้นทางมันพอไป Ogikubo
ได้ด้วยเลยใส่ไปในทริป


ออกจากAsakusa ตอน8โมง  มาถึงสถานี Shinjuku Gyoenmae
ก่อนออกจากสถานีก็เจอเรื่องทันที เพื่อนผมทำตั๋ววันเดย์พาสหายซะงั้น  
กลายเป็นว่าวันนี้ต้องเสียเงินนั่งรถไฟทั้งทริปเลย

 

 

มื้อเช้าเพื่อความประหยัดก็เริ่มด้วยข้าวปั้น 130เยนก่อนเลย  ไส้รัยก็ไม่
รู้อ่านไม่ออก   ตัวฮิรางานะ คาตาคานะก็ไม่เขียนนะ  ใช้มันเข้าคันจิเนี่ย
เราเริ่มเดินลัดเลาะมาจากทางด้านบนของชินจูกุก่อน  ด้วยศาลเจ้าTaisoji

 

 

รูปหลุมศพ มีแต่คนถามว่าถ่ายไปทำไม  ก็มันไม่เคยเห็นในบ้านเรานี่หว่า

 

 


ถัดไปเป็นศาลเจ้าใหญ่อีกแห่งของที่นี่ ศาลเจ้า Hanazono  มาญี่ปุ่นนี่
พบว่าเค้าจัดวางผังเมืองได้อย่างลงตัวนะ   ทุกเมืองจะมีศาลเจ้า  หลุมศพ
สวนหย่อมขนาดใหญ่    แรกๆ ดูขัดกันแหละ แต่พอไปนานๆแล้วกลับ
คิดว่ามันลงตัวได้อย่างดิบดี

 

 Shinjuku Promenade Park จะเรียกว่าสวนก็ไม่เชิง  มันออกเป็น
ทางเดินไม่ยาวมากนัก  มีต้นไม้ปลูกล้อมรอบ มีรูปปั้นตามทาง

 

 

เดินต่อไปตามทางเรื่อยๆ  จนถึงช่วงที่ต้องแยกไปทางย่านคาบุกิโจ
ต้นกำเนินยากุซ่าของประเทศนี้  แต่ปรากฏว่าหลงสิครับ แผนที่บอกให้
สังเกตตึก isetan เดินเลยไปได้สักพักนึง  จนตระหนักได้แล้วว่าไม่ใช่
แระ   หันกลับมาดู ตึก isetan มันมี3-4ตึกเลยนิหว่า   แถมอยู่คนละ
บล็อกด้วย  

 

 

 โชคดีที่ถามทางคนแถวนั้นแล้วพากลับสู่เส้นทางได้ แต่ต้องตัดคาบูกิโจ
ออกไป เพราะเสียเวลาไปกับการหลงมาก   คนที่พาเรากลับมาเคยมา
เมืองไทยด้วยครั้งนึง  ก็คุยพอตามอัธยาศัย     ไหว้ลาก่อนแยกจากกัน  

 

 เดินลัดเลาะไปตามสถานีรถไฟ JR ชินจูกุ   เพื่อจะไปยังตึกที่สูงอันดับ
ต้นๆในญี่ปุ่น  ตึก Tokyo Metropolitan Metropolitan Building
ระหว่างทางถึงแม้ว่าเราจะไม่ชัวร์บ้าง ก็มีถามคนประปรายตามทาง   
แต่ก็พึงระลึกเสมอว่ามันอาจบอกเรามั่วก็ได้    ก่อนไปถึงตึกนี้คนนึงบอก
ไปซ้าย   อีกคนบอกไปขวา   จะให้เชื่อใครฟะเนี่ย   คนในประเทศยัง
มึนกันเองเลย

 

 

เดินมาได้พักใหญ่ก็เจอแระ  สูงตะหง่านที่สุดในย่านนั้น   ตรงด้าน
หน้าของตึกจะเป็นลานกว้างๆ รูปครึ่งวงกลม  มองในเชิงสถาปัตย์
สวยทีเดียว

 

 

 

 

พอถ่ายรูปข้างล่างเสร็จ  ก็เอะใจว่าทำไมคนมันน้อยจังฟะ   ถึงวันนี้วัน
เสาร์แต่มันก็ไม่ได้ปิดนิหว่า  เช็คก่อนมาแล้ว    เดินไปด้านหน้าประตู
ปิดไฟปิด    ถามเจ้าหน้าที่เค้าบอกว่าวันนี้มีการซ่อมบำรุงกระแสไฟ
ของตึก    ให้ตายเหอะ ทำไมมาอะไรเอาวันนี้เนี่ย

 

ที่เคืองคือ ถ้าขึ้นตึกนี่แล้ว เรากะว่าจะไม่ขึ้น tokyo tower เพราะว่า
มันฟรี   แต่ถ้าไปโตเกียวทาวเวอร์ต้องเสียเงิน

เซ็งอิ๊บ  ก็เลยไปที่ข้างๆต่อ หาข้อมูลจากในเนตมาแล้วว่าจะมีการเปิด
ท้ายขายของ เดือนละครั้งแถวๆตึกนี้แหละ    สภาพก็ไม่ต่างรัยจากบ้าน
เรามากนัก  คนเดินค่อนข้างน้อยด้วยเช่นกัน   ของส่วนใหญ่ก็จะเป็น
ของผู้หญิงซะมาก  

 

 เดินออกมา หันไปทางขวาตรงสวนอะไรสักอย่าง ซึ่งไม่ได้อยู่ในแพลน
เลย   เข้าไปดู เอ้าเปิดท้ายขายของอีกแล้วเหรอ    แต่ของที่นี่จะหลาก
หลายกว่านะ  มีทั้งของเด็ก ผู้ชาย หรือของสะสมแปลกๆก็มี     สวนที่
เข้ามานี้ทำให้เราเห็นใบไม้(เกือบจะ)แดงต้นแรก ในการมาครั้งนี้มี
น้ำตกจำลองด้วย    ถ้าผมจำไม่ผิดกับอ่านไม่ผิดนะ เค้าเรียกว่า
ไนแองการ่า รัยสักอย่างนี่แหละ (เหมือนตรงไหนหว่า)

 

เสร็จจากเดินชมสวน ก็นั่งรถไฟไปต่อยัง Ogikubo เพื่อไปดู
พิพิทธภัณฑ์แอนิเมชั่น    ที่เมืองนี้เป็นชานเมืองของโตเกียว  ก่อนมา
เราตัดสินใจจะมาหาข้าวเที่ยงกินที่เมืองนี้กัน   ปรากฎว่าสังหรณ์ผม
ไม่ผิด ยิ่งออกนอกเมืองของกินยิ่งแพงขึ้น  เดินไปไกลเท่าไหร่ร้าน
อาหารเริ่มหายากแถมแพงอีกต่างหาก    เลยตัดใจกินข้าวปั้นกันต่อ

 

เดินมาตามแผนที่ มาตกม้าตายหลงทางตรงสี่แยกใหญ่  เดินไปคนละ
ทางเลย    กลับตัวได้ตอนไปไกลแระ  ถามคนแถวนั้นเค้าบอกว่าเราเดิน
ทะลุแผนที่   เก่งจริงๆเล้ย   ได้ป้ากับคนงานก่อสร้างแถวนั้นช่วยบอก
ทางให้กลับมาสู่เส้นทางได้  

 

ระหว่างทางทุกเสาไฟก็จะมีป้ายของสโมสรฟุตบอล FC Tokyo
ประดับอยู่   ดูเหมือนกับว่าจะเป็นทีมของที่นี่นะ  หรือไม่งั้นสนามบอล
ของทีมนี้คงอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลแหละ    เสียดายบ้านเรายังไม่เห็นเป็น
รูปธรรมแบบนี้  จะมีก็คงทีมชลบุรี FC หละมั้งที่มีป้ายปิดตามที่ต่างๆ

 

มาถึงจนได้พิพิทธภัณฑ์อนิเมชั่น   ด้านหน้าเป็นป้ายเหล็กของการ์ตูนดัง
เรื่องต่างๆ   เข้าไปนึกว่ามาผิด  ชั้นล่างเหมือนเป็นที่ทำการสักอย่างซึ่ง
ไม่เกี่ยวกันเลย   

 

 

ป้ายบอกใ